3 กรหฎาคม 2567
โรงงานแวกซ์กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์ ในอำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของชาวบ้านในพื้นที่อย่างรุนแรง โดยมีสารเคมีอันตรายปนเปื้อนในน้ำใต้ดินและแหล่งน้ำสาธารณะห้วยน้ำพุ ส่งผลให้ชาวบ้านไม่สามารถใช้น้ำในพื้นที่ได้
การตรวจสอบและดำเนินการของหน่วยงานภาครัฐ
ผู้ตรวจการแผ่นดินพร้อมด้วยอธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรมและเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหา โดยได้กำชับให้มีการเร่งดำเนินการทั้งในระยะเร่งด่วนและการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของชาวบ้าน รวมถึงการถอดบทเรียนเพื่อป้องกันปัญหาในพื้นที่อื่นๆ ในระยะยาว
กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้ฟ้องเอาผิดโรงงานแวกซ์กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์เพิ่มเติมในคดีอาญา เนื่องจากพบสารเคมีอันตรายปนเปื้อนในน้ำใต้ดินและแหล่งน้ำสาธารณะ
การขนย้ายกากอุตสาหกรรม
บริษัท เบตเตอร์ เวิลด์กรีน จำกัด ได้รับมอบหมายให้ขนย้ายกากอุตสาหกรรมอันตรายจากโรงงานแวกซ์กาเบ็จ โดยสัญญาจ้างสิ้นสุดเมื่อวันที่ 29 มีนาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการยังไม่ตรวจรับงานในงวดที่ 2 และ 3 เนื่องจากมีความเห็นไม่ตรงกันเรื่องจำนวนของเสียที่ขนย้ายออกไป สุดท้ายได้ข้อสรุปร่วมกันว่าบริษัทผู้รับจ้างจะต้องขนย้ายเพิ่มเติมอีก 1,148 ตัน รวมทั้งหมดเป็น 13,500 ตัน
สถานการณ์ปัจจุบัน
ผู้ตรวจการแผ่นดินพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบภายในโรงงานแวกซ์กาเบ็จ ซึ่งพบว่าสารเคมีที่ยังเหลือบนพื้นดินมีอยู่ประมาณ 6,000 ตัน และกระจายอยู่ในโกดังต่างๆ โดยเฉพาะโกดังหลังที่ 8 ซึ่งเก็บกากอุตสาหกรรมแม่สีประมาณ 300 ตัน รวมถึงบ่อเก็บน้ำชะกากที่ยังมีของเหลวปนเปื้อนสารเคมี
มาตรการและการเยียวยา
ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเร่งขนย้ายกากอุตสาหกรรมในระยะที่ 2 พร้อมกับเยียวยาชาวบ้านในระยะเร่งด่วน รวมถึงการวางแผนขนย้ายกากสารเคมีที่ยังเหลืออยู่บนพื้นดินและใต้ดิน การฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชาวบ้านสามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้
การดำเนินการทางกฎหมาย
กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้แจ้งเอาผิดโรงงานแวกซ์กาเบ็จ รีไซเคิล เซ็นเตอร์เพิ่มเติมในคดีอาญา หลังจากพบว่าน้ำเสียสารเคมีปนเปื้อนแหล่งน้ำสาธารณะอย่างชัดเจน โดยที่ผ่านมา กรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่เคยแจ้งความเอาผิดผู้ประกอบการรายใดด้วยความผิดคดีอาญามาก่อน แต่จะแจ้งเอาผิดตามพระราชบัญญัติโรงงานและพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายเป็นหลัก
การแก้ไขกฎหมายและการตั้งกองทุน
ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังมีการหารือถึงการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันการปิดกิจการแล้วทิ้งปัญหา รวมถึงการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมมลพิษเพื่อเพิ่มโทษผู้กระทำผิด และแนวทางการตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาโดยไม่ต้องรอของบประมาณกลางจากรัฐบาล
แหล่งที่มา : https://ch3plus.com/news/social/3mitinews/406912